วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ffff

คมนาคม-สนข. เปิดเวที ถกทางรอดขสมก.
กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดเวทีสัมมนาเชิงวิชาการและรับฟังความเห็นของประชาชนเรื่อง ทางรอดของขสมก.ในวันที่15 มิ.ย.นี้ พร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง...วันนี้ (5 มิ.ย.)นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการ ประเด็นทางรอดขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)ขึ้นในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ โดยจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งนักวิชาการที่มีความเป็นกลางมาถกในประเด็นของ แผนฟื้นฟู ขสมก.และโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันพร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ด้านนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ในฐานะที่กระทรวงคมนาคมดูแลรับผิดชอบ ขสมก.ซึ่งมีปัญหาหนี้สินและการปรับโครงสร้างองค์กร ดังนั้นในการสัมมนาช่วงแรกจะเปิดให้พนักงานของ ขสมก.เข้ามาทำความเข้าใจ พร้อมเปิดให้ซักถามแนวทางและทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์พร้อมกับสะท้อนปัญหาที่แท้จริงในปัจจุบัน สำหรับการสัมมนาในช่วงหลังจะเปิดเป็นเวทีสาธารณะโดยเปิดกว้างให้ประชาชน สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการในโครงการเช่าหรือซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันของ ขสมก.ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้ขสมก.และกระทรวงคมนาคมรวบรวมใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการเช่าหรือการซื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดประเด็นในการดำเนินการสัมมนาเพื่อให้ครอบคลุมหัวข้อหลักๆที่ต้องการให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ไม่ว่าที่สัมมนาจะสรุปออกมาว่า เช่าหรือซื้อดีกว่าก็ตาม จะได้นำข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบและนำไปใช้เป็นข้อมูลที่อ้างอิงเหตุและผลได้ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงระบบรถไฟฟ้าที่จะข้ามาให้บริการในอนาคตทั้งเขต กรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วยว่า ขสมก.มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนเส้นทางรองรับการใช้รถเมล์แก่ประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการถเมล์มากขึ้น สร้างรายได้ให้แก่ ขสมก.ในอนาคตได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ สนข.จะเตรียมข้อมูลการจัดซื้อโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4 ,000 คันไว้ด้วย เพื่อแจกแจงตัวเลขให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐบาลทราบว่า หากต้องการจัดซื้อรถเมล์จริง เบื้องต้นรัฐบาลจะต้องพิจารณาหลักการจัดสรรเงินงบประมาณหรือเงินกู้ให้ ขสมก.จำนวนกว่า 38,000 ล้านบาทในการลงทุนจัดซื้อรถเมล์และระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/pol/10979
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2552
Top of Form
Bottom of Form

เชื้อโรคไวรัสชิคุนกุนยา ยังไม่มียา-วัคซีนป้องกัน
เป็นการรักษาตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ และยาแก้ปวดข้อ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ โรคนี้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงถึงชีวิตจะหายได้เอง และจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต ..ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (6 มิ.ย.) ว่า ขณะนี้โรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย ได้แพร่ระบาดในจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยโดยมียุงลายเป็นพาหะทำให้เกิดโรค สถานการณ์ตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 19 พ.ค. พบว่า จำนวนผู้ป่วยสะสม 20,541 ราย อัตราป่วย 32.40 ต่อแสนประชากร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค หลังจากกัดผู้ป่วยแล้วจะมีเชื้ออยู่ในตัวยุงได้ตลอดอายุขัยของยุง (1-3 เดือน) และเมื่อมากัดคนปกติก็จะถ่ายทอดเชื้อให้หลังจากระยะฟักตัว 1-12 วัน ผู้ถูกยุงมีเชื้อกัดจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และมีผื่นแดงตามร่างกาย แขน ขา ปวดข้อมากจนบางครั้งขยับไม่ได้ ส่วนใหญ่อาการจะหายภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่บางรายมีอาการปวดข้อนานเป็นเดือนทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ และไม่มีวัคซีนป้องกัน ให้การรักษาตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ และยาแก้ปวดข้อ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอล ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ โรคนี้ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงถึงชีวิตจะหายได้เอง และจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต สำหรับการป้องกันควบคุมโรค ที่สำคัญ คือ ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันการติดเชื้อและลด การแพร่ระบาดโรคไข้ปวดข้อยุงลายอย่างต่อเนื่องนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวจ.สุโขทัย กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขฯ เตรียมความพร้อมรับการระบาด โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ และมาตรการในการควบคุมโรค ระยะแรกมีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการโรคไข้ปวดข้อยุงลายทุกวันเพื่อเร่งรัดการ เฝ้าระวังโรค สกัดกั้นการแพร่ระบาด การป้องกันและควบคุมโรค การดูแลผู้ป่วย การเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมบทบาทการป้องกันและควบคุมโรคของประชาชนให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับโรคไข้ปวดข้อยุงลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการดำเนินงานจะช่วยลดโรคไข้เลือดออกด้วย
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/pol/10979
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2552

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น